×
January 29,2018

Activator Essential 5 : Health Data for Insurance Business

Lawrence Wee
Chief Data Scientist at Allianz

ภาพรวมของ Health Data สำหรับธุรกิจประกัน 

By Lawrence Wee

หัวใจสำคัญของ Health Data คือ Mindset ที่ว่า “ร่างกายมนุษย์คือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด” แต่จะเอาข้อมูลนั้นมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีเครื่องมือที่ดี (Device) เพื่อแปลงข้อมูลให้กลายเป็นแบบแผนที่เป็นประโยชน์ 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เทคโนโลยีอย่างฺ Big Data,  AI รวมไปถึง Machine Learning เข้ามามีบทบาทในเรื่อง Health Data โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องนำข้อมูลสุขภาพมาใช้กับธุรกิจประกัน และการเก็บข้อมูลสุขภาพจำนวนมากๆ มารวมไว้ด้วยกัน โดยไม่มี Machine Learning ที่จะช่วยนำข้อมูลนั้นไปใช้ต่อ ข้อมูลก็จะไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้น 

ยกตัวอย่างสตาร์ทอัพ iCarbonX ในจีน ที่ใช้ Health Data จากระดับ DNA มาเป็นส่วนหนึ่งในการประมวลผล เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและสัญญาณโรคต่างๆ สำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนโดยเฉพาะ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับแต่ละคน (Personal health guide for individuals)

ในแง่ของธุรกิจประกัน Health Data เป็นประโยชน์ทั้ง Ecosystem ของธุรกิจประกัน ตั้งแต่ผู้ทำประกันไปจนถึงบริษัทประกัน เพราะแต่ละคนมีความเสี่ยงแตกต่างกัน และความเสี่ยงบางอย่างไม่ได้มาจากไลฟ์สไตล์ แต่เป็นอะไรที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด 

ดังนั้น ถ้าทราบความเสี่ยงในระดับ Genetics และ DNA ก็จะทำให้การพิจารณารับประกัน (Underwriting) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

และถ้ามองในสเกลที่นอกเหนือไปจากการทำประกัน การวิเคราะห์ข้อมูลระดับ DNA จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้น 

กรณีศึกษาที่ถูกยกมาประกอบการอธิบายก็คือ 30% ของผู้ป่วยเบาหวานได้รับการตรวจวินิจฉัยช้าเกินไป กว่าจะรู้ตัวว่าป่วยก็อยู่ในระยะที่ต้องตัดอวัยวะทิ้ง 

จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถใช้ Machine Learning เพื่อส่งสัญญาณแต่เนิ่นๆ ว่าใครบ้างที่มีแนวโน้มจะเป็นเบาหวาน จากข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมด คนที่เป็นหมอก็จะช่วยให้คำแนะนำด้านสุขภาพที่เหมาะสม เป็นการเฝ้าระวังไม่ให้โรคลุกลามจนต้องตัดขา 

นอกจากนี้ การอ่านสัญญาณโรคที่ซ่อนเร้นในตัวแต่ละคน ยังเป็นประโยชน์สำหรับสตาร์ทอัพสาย HealthTech ด้วย เพราะจะรู้ได้ว่าใครมีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า สามารถเข้าถึงเพื่อให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ทำให้พวกเขามีไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคในระยะลุกลาม 
และอีกตัวอย่างกับโรคที่คุกคามความสุขของผู้สูงอายุ นั่นก็คือโรคพาร์คินสัน โดยมากแล้วมักจะรู้เมื่อสายเกินไป แน่นอนว่าชีวิตของทุกคนจะดีขึ้นถ้ามีสตาร์ทอัพที่โฟกัสกับการตรวจจับสัญญาณของโรคพาร์คินสันได้ตั้งแต่ขั้นแรกๆ 

นอกเหนือไปจากเรื่องการตรวจจับสัญญาณโรค การนำ Health Data มาใช้ยังเป็นประโยชน์กับการรักษาโรคพาร์คินสันด้วย เพราะผู้ป่วยจะต้องเข้าไปพบแพทย์แทบทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นแบบแผนที่ปฏิบัติกันอย่างเป็นสากล แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยทุกคนจำเป็นต้องเข้าพบแพทย์บ่อยขนาดนั้น เพราะแต่ละคนมีอาการและความรุนแรงของโรคต่างกันออกไป (Tailored treatment)

ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า Health Data จะทำให้ทุกคนมีโอกาสมีชีวิตยืนยาวขึ้น ถ้าตรวจพบสัญญาณของโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ทำให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และยังช่วยประหยัดเวลาที่ต้องใช้ไปกับการรักษาที่ไม่จำเป็น 

อย่างไรก็ตาม Health Data ไม่ใช่เรื่องของการเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับคนอื่นๆ แบบบูรณาการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้ง Ecosystem ในธุรกิจประกัน ตั้งแต่ Patient, Provider, Medicine และ Payer 

 

In Collaboration With